ไทยขาดดุลจีนส่อพุ่งกระฉูด ตลาดสหรัฐยังรุ่ง ตะวันออกกลางหดทั้งปี

05 พฤษภาคม 2569
ไทยขาดดุลจีนส่อพุ่งกระฉูด ตลาดสหรัฐยังรุ่ง ตะวันออกกลางหดทั้งปี
  • การค้าไทย-จีนมีแนวโน้มขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตลอดทั้งปี โดยไตรมาสแรกขาดดุลแล้ว 6.7 แสนล้านบาท จากการที่จีนระบายสินค้าและการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น
  • ตลาดสหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดส่งออกหลักที่เติบโตดี โดยไตรมาสแรกไทยเกินดุลการค้าสูงถึง 5.2 แสนล้านบาท แต่มีความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้าในช่วงครึ่งปีหลัง
  • การส่งออกไปตะวันออกกลางคาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องทั้งปี โดยไตรมาสแรกลดลงแล้ว 20% ผลจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบเส้นทางและต้นทุนการขนส่ง

รองศาสตราจารย์ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน  เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมการค้าไทยไตรมาสแรกปี 2569 แม้เติบโตสูงถึง 17% และเดือนมีนาคมพุ่ง 18% แต่เป็นการเติบโตที่มีความเปราะบาง โดยมีแรงหนุนหลักจากเงินบาทอ่อนค่าราว 6% การเร่งนำเข้าของสหรัฐเพื่อหลบความเสี่ยงภาษี และกระแส “China Plus One” ที่จีนย้ายฐานการผลิตมายังไทยในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นในอัตราสูงกว่า ส่งผลให้ไทยยังขาดดุลการค้าประมาณ 9,476 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(3.36 แสนล้านบาท)

สำหรับทิศทางรายคู่ค้า “จีน” ดร.อัทธ์ระบุว่า ไทยจะขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องทั้งปี หลังไตรมาสแรกขาดดุลสูงถึง 6.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% โดยมีปัจจัยหลักจากการที่จีนระบายสินค้าสู่เอเชียมากขึ้น หลังเผชิญข้อจำกัดในตลาดสหรัฐ ประกอบกับการลงทุนของจีนในไทยที่เพิ่มขึ้น ทำให้การนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบขยายตัว รวมถึงการรุกของสินค้าออนไลน์ราคาถูก ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเหล็กและยางที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 30% แนวโน้มทั้งปี 2569 การขาดดุลการค้าจีนมีโอกาสทะลุระดับ 2.2 ล้านล้านบาทของปีก่อน

ด้าน สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการส่งออกไทย โดยช่วง 3 เดือนแรก มูลค่าการค้ารวม 869,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.37% ไทยส่งออก 695,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.03% และนำเข้า 174,574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.48% ส่งผลให้ไทยเกินดุลสูงถึง 520,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43%

อย่างไรก็ตาม ดร.อัทธ์เตือนว่า แม้ระยะสั้นการส่งออกของไทยไปสหรัฐยังเติบโตดี แต่ครึ่งปีหลังมีความเสี่ยงสูงจากมาตรการการค้าสหรัฐ โดยเฉพาะมาตรา 301 และ 232 ที่อาจกระทบสินค้าไทยในกลุ่มเครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งมีความเสี่ยงถูกตรวจสอบเรื่องการใช้ไทยเป็นทางผ่าน หากถูกปรับขึ้นภาษีจะกระทบต่อการส่งออกทันที

ขณะที่ ตะวันออกกลาง (15 ประเทศ) ดร.อัทธ์ประเมินว่า ทิศทางจะติดลบต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกการส่งออกไทยไปตะวันออกกลางลดลงถึง 20% เหลือ 87,459 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 11.75% เป็น 304,470 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดดุลการค้าสูงถึง 217,411 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่มีความตึงเครียด ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นและการขนส่งติดขัด แนวโน้มทั้งปีคาดว่าส่งออกไทยไปตะวันออกกลางจะลดต่ำกว่า 4 แสนล้านบาทจากที่ทำได้ในปีที่ผ่านมา


“ภาพรวมทั้งปี 2569 การส่งออกไทยจะขยายตัวเพียง 2-3% เท่านั้น จากปีก่อนที่โต 12.9% สะท้อนว่าการค้าไทยกำลังเข้าสู่ช่วงชะลอตัวภายใต้แรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะจีนที่เป็นตัวถ่วง สหรัฐที่มีความเสี่ยงด้านนโยบาย และตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์” ดร.อัทธ์ กล่าว


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.